สรุปผลการประชุม อ.ก.ถ.ด้านมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรม
ครั้งที่ 2/2545 เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2545

อ.ก.ถ.ด้านมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรม ในการประชุมครั้งที่ 2/2545 เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2545 ได้มีการพิจารณาเรื่องที่สำคัญ ดังนี้
1. ผลการสำรวจความเห็นของผู้บริหาร ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น และผู้ได้รับบริการจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ที่ประชุมรับทราบผลการสำรวจความเห็นของผู้บริหาร ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น และผู้ได้รับบริการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และให้สรุปผลดังกล่าวเสนอ ก.ถ. ทราบด้วย
โดยสรุปสาระสำคัญผลการสำรวจ ดังนี้
1. การส่งแบบสอบถามและการตอบกลับ ได้มีหนังสือแจ้งกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยาและจังหวัด ขอความร่วมมือแจกจ่ายแบบสอบถามแก่ อบจ. เทศบาล และ อบต. ปรากฏว่า รับแบบสอบถามคืนทั้งสิ้น จำนวน 3,235 ชุด เป็นข้าราชการ 2,662 ชุด และประชาชน 573 ชุด คิดเป็นร้อยละ 49.27 ของ กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ
2. การประมวลผลและวิเคราะห์แบบสอบถาม ได้นำแบบสอบถามที่ได้รับตอบกลับมาตรวจสอบ
โดยนำข้อมูลที่ได้ถอดรหัสแปรค่าเป็นตัวเลข แล้วนำไปประมวลผลด้วยโปรแกรม SPSS ทางคอมพิวเตอร์ และนำมาวิเคราะห์ผล ซึ่งสรุปได้ดังนี้
ส่วนที่หนึ่ง เป็นข้อมูลทั่วไป แบ่งออกเป็น
1) กลุ่มข้าราชการ ซึ่งประกอบด้วย ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ผู้บริหาร (ที่มาจากการเลือกตั้ง) สมาชิกสภาท้องถิ่น และลูกจ้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยกลุ่มข้าราชการฯ ที่ให้ความร่วมมือตอบกลับคืนมามากที่สุด โดยคิดตามสัดส่วนที่ส่งให้ในแต่ละประเภท ได้แก่ กลุ่มของผู้ปฏิบัติงานในกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 67.94 ลำดับรองลงมา ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานในองค์การบริหารงานส่วนตำบล ร้อยละ 65.37 และลำดับ ถัดไป ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานในเทศบาล ร้อยละ 43 ผู้ปฏิบัติงานในองค์การบริหารส่วนจังหวัด ร้อยละ 33.08 และผู้ปฏิบัติงานในเมืองพัทยา ร้อยละ 26.41 ตามลำดับ
สัดส่วนสถานภาพของผู้ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามลำดับแรกเป็นกลุ่มข้าราชการหรือพนักงาน ร้อยละ 58.9 ลำดับที่สองมีสถานภาพเป็นลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร้อยละ 13.5 ลำดับที่สาม ได้แก่ ผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้ง ร้อยละ 12 ลำดับที่สี่ คือ สมาชิกสภาท้องถิ่น ร้อยละ 10 และลำดับที่ห้า ได้แก่ สถานภาพอื่นๆ ร้อยละ 4.2 และมีผู้ไม่แจ้งสถานภาพ ร้อยละ 1.4
2) กลุ่มประชาชน มีประชาชนผู้รับบริการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่งคืนแบบสอบถาม จำนวน 573 ชุด คิดเป็นร้อยละ 43.67 ของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ ในจำนวนนี้ตอบว่าเป็นผู้ไปรับบริการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากกว่า 1 ประเภทเป็นจำนวนมากที่สุด ร้อยละ 43.5 ลำดับที่สองเป็นผู้ไปรับบริการจากองค์การบริหารส่วนตำบล ร้อยละ 19 ลำดับที่สามเป็นผู้ไปรับบริการจากกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 16.4 ลำดับที่สี่เป็นผู้ไปรับบริการจากเทศบาล ร้อยละ 14 ลำดับที่ห้าเป็น ผู้ไปรับบริการจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด ร้อยละ 5.8 มีผู้ไม่แจ้งว่าไปรับบริการจากหน่วยงานใด ร้อยละ 1 และลำดับสุดท้ายเป็นผู้ไปรับบริการจากเมืองพัทยา ร้อยละ 0.3
ส่วนที่สอง ความคิดเห็นต่อการปฏิบัติงานของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น นำผลที่ได้มาวิเคราะห์หาสภาพข้อเท็จจริงของการปฏิบัติงานของข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พบว่า กลุ่มข้าราชการและประชาชนผู้รับบริการมีความคิดเห็นต่อสภาพการปฏิบัติงานสภาพปัญหาเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน กล่าวคือ
1) หลักนิติธรรม กลุ่มข้าราชการเห็นว่าผู้ปฏิบัติยังขาดความรู้ ความเข้าใจกฎหมายเกี่ยวกับงานที่ปฏิบัติอยู่อย่างถูกต้องและชัดเจนถึงร้อยละ 45.2 โดยประชาชนเห็นว่ามีปัญหาอย่างเดียวกัน ร้อยละ 36.3 ในขณะที่กลุ่มข้าราชการและกลุ่มประชาชนเห็นว่ามีปัญหาการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอยู่ที่ร้อยละ 34 และ 17.1 ตามลำดับ
2) หลักคุณธรรม กลุ่มข้าราชการเห็นว่ามีปัญหาในด้านการปฏิบัติหน้าที่เป็นลำดับหนึ่ง คือ ร้อยละ 27.3 ความประพฤติทั่วไปเป็นปัญหาลำดับรองลงมา คือ ร้อยละ 26.7 และด้านความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นลำดับสุดท้าย คือร้อยละ 14 สอดคล้องกับความเห็นของกลุ่มประชาชน
3) หลักความโปร่งใส พบว่า มีปัญหาในด้านกระบวนการให้ประชาชนตรวจสอบอยู่ที่ร้อยละ 20.6
4) หลักการมีส่วนร่วม พบว่า ยังไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนรับรู้ ร่วมคิดร่วมทำ หรือเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียหรือมีส่วนเกี่ยวข้องแสดงความคิดเห็นที่มีผลกระทบต่อส่วนรวมอยู่ที่ร้อยละ 23.6
5) หลักความรับผิดชอบ พบว่า กลุ่มข้าราชการเห็นว่าการยอมรับความคิดเห็นที่แปลกใหม่แตกต่างไปจากเดิมเป็นปัญหาที่เด่นชัดที่สุดในหลักความรับผิดชอบ คือ ที่ระดับร้อยละ 32.4 และปัญหาในลำดับรองลงไป คือ เรื่องความตระหนักในสิทธิหน้าที่ ตนเอง ผู้ร่วมงาน หน่วยงาน งาน และประชาชน และเรื่องการยอมรับผลการกระทำและพร้อมที่จะแก้ไข ส่วนกลุ่มประชาชนเห็นว่าผู้ปฏิบัติงานมีปัญหาเรื่องความเอาใจใส่หรือกระตือรือร้นที่จะช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ร้อยละ 38.8
6) หลักความคุ้มค่า กลุ่มข้าราชการและกลุ่มประชาชนเห็นตรงกันว่ามีปัญหาในด้านการใช้ทรัพยากรอย่างไม่ประหยัด
7) เกียรติและศักดิ์ศรีของตนเองและหน่วยงาน ผู้ปฏิบัติงานและประชาชน เห็นว่าได้ปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงเกียรติและศักดิ์ศรีของตนเองและรักษาชื่อเสียง ภาพพจน์ เกียรติภูมิของหน่วยงาน แต่ได้รับการยอมรับจากประชาชนน้อยกว่าหน่วยงานอื่น
ส่วนที่สาม ความคิดเห็นต่อแนวทางแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงาน
ในส่วนนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้ตอบแสดงความคิดเห็นต่อแนวทางแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงาน พบว่า มีผู้ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะ จำนวน 1,216 ชุด คิดเป็นร้อยละ 37.59 ของแบบสอบถามที่ส่งกลับคืน โดยได้รวบรวมประเด็นต่างๆ ตามตารางแนบท้าย โดยสรุป พบว่า มีความต้องการให้ปรับปรุงแก้ไขการปฏิบัติงานของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นในประเด็นของหลักคุณธรรมเป็นอันดับหนึ่ง คิดเป็น ร้อยละ 68.67 อันดับสอง ได้แก่ หลักนิติธรรม คิดเป็นร้อยละ 63.98 อันดับสาม คือ หลักความโปร่งใส คิดเป็นร้อยละ 57.32 อันดับสี่ คือ หลักการมีส่วนร่วม คิดเป็นร้อยละ 51.32 อันดับห้า คือ หลักความรับผิดชอบ คิดเป็นร้อยละ 48.68 และอันดับสุดท้ายเป็นหลักความคุ้มค่า คิดเป็นร้อยละ 45.67 นอกจากนี้กลุ่มผู้ตอบยังได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ สรุปได้ดังนี้
1) กำหนดมาตรการลงโทษผู้กระทำความผิดและผู้รู้เห็นการกระทำผิดนั้นอย่างเด็ดขาดและจริงจัง
2) จัดให้มีการฝึกอบรมให้ความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานในทุกระดับ และทุกสาขาอย่างต่อเนื่องและเป็นประจำ
3) จัดให้มีการสัมมนาสัญจรในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมืออันดีระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชน รวมทั้งเป็นการรับทราบสภาพความเป็นอยู่และสภาพปัญหาที่แท้จริงของประชาชน
4) เปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น และความต้องการของตนเองแก่หน่วยงาน พร้อมทั้งการรับรู้การดำเนินการและข่าวสารความเคลื่อนไหวของหน่วยงานด้วย
2.การกำหนดมาตรฐานกลางด้านคุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นและลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ที่ประชุมได้พิจารณาเกี่ยวกับการกำหนดมาตรฐานกลางด้านคุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นและลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมีมติ ดังนี้
1. เห็นชอบให้ใช้คำว่า "มาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรม"แทนคำว่า"มาตรฐานกลางทางคุณธรรมและจริยธรรม"
2. มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการยกร่างมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยนำพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เป็นกรอบการพิจารณาเสนอในการประชุมครั้งต่อไป ดังนี้
2.1 ความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส ความเสมอภาคและเป็นธรรม โดยการมีอัธยาศัยไมตรีต่อผู้มารับบริการ
2.2 ความรอบรู้และความเชี่ยวชาญในงานที่ทำ
2.3 ความสุจริต การใช้อำนาจและหน้าที่ในทางที่ถูกต้อง และพร้อมยินดีให้มีการตรวจสอบ
2.4 การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมทำ ให้บุคคลผู้มีส่วนได้เสียหรือส่วนเกี่ยวข้องเกิดการยอมรับก่อนและหลังดำเนินการที่มีผลกระทบต่อส่วนรวม
2.5 ความกระตือรือร้นในการปฏิบัติงาน การคำนึงถึงความพึงพอใจของประชาชนผู้มารับบริการ
2.6 ความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงานและการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์
2.7 เกียรติและศักดิ์ศรีของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น
3. เรื่องแนวทางการจัดทำมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมฯ
ที่ประชุมได้อภิปรายและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการจัดทำมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมอย่างกว้างขวาง โดยฝ่ายเลขานุการได้รับที่จะนำไปปรับดำเนินการปรับปรุงแก้ไขและกำหนดร่างมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามประเด็นต่างๆ ดังนี้
1. เรื่องวิธีการจัดทำมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรม จะปรับปรุงข้อความให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเลือกได้ว่าจะปฏิบัติตามวิธีการที่กำหนดให้หรือจะกำหนดวิธีการขึ้นเองให้สอดคล้องกับความต้องการและความเหมาะสมของแต่ละหน่วยงาน
2. สิ่งที่สำคัญและจำเป็นในการจัดทำมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น มีด้วยกัน 3 ประการ คือ
2.1 การมีส่วนร่วมในการจัดทำ : ร่วมคิด
2.2 การมีส่วนร่วมต้องออกมาจากความต้องการของเขา : ร่วมทำ
2.3 การมีส่วนร่วมที่จะปฏิบัติให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์ : ร่วมปฏิบัติ
3.ในการประเมินผลจะต้องพิจารณาว่าเมื่อกำหนดมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมแล้ว พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปตามที่พึงประสงค์หรือไม่ เพียงใด โดยการประเมินผลจะต้องทำโดยผู้ปฏิบัติในหน่วยงานนั้นๆ และคณะผู้ประเมินผลซึ่งเป็นบุคคลภายนอก รวมทั้งการประเมินผลจากประชาชนด้วย
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการตามที่ฝ่ายเลขานุการเสนอ โดยให้ฝ่ายเลขานุการจัดทำร่าง มาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น แนวทางกระบวนการจัดทำ แนวทางการส่งเสริมให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติ และแนวทางในการประเมินผล นำเสนอที่ประชุมคณะอนุกรรมการด้านมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป

************

back